บทที่ 3 ช่วยด้วย
“เอานังนี่ไปด้วย อั๊วยังอยากเล่นกับมัน” แม้ต้องเร่งรีบ แต่เขาก็ไม่อาจตัดใจปล่อยมือจากแม่กวางเนื้อหวานได้จริง ๆ อย่างน้อยก็แค่รีบออกไปจากที่นี่แล้วค่อยเล่นกับสาวเจ้าก็ยังไม่สาย
ณรชญาถูกกระชากให้เดินตามแรงขณะที่สมองขบคิดประมวลสถานการณ์ ตำรวจกำลังจะมาบุกจับผณิตากับพี่ชายใช่มั้ยนี่เธอจะรอดแล้วสินะ
ไม่สิ...เธอยังไม่ได้รอดจาดเงื้อมมือของคนชั่ว แต่โอกาสจะหนีก็ใช่ว่าจะริบหรี่ดั่งเช่นก่อนหน้า หญิงสาวสูดหายใจลึก ๆ อีกครั้งก่อนจะยกมือทั้งสองขึ้นคล้องคอของคนที่ถูกสั่งให้จับเธอไปด้วยแล้วยกขาแทงเข่าไปเต็มรัก
“อั๊ก”
ณรชญาคลายมือก่อนใช้แรงฮึดออกแรงวิ่งหนีในทันที โอกาสมีแค่ตอนนี้เท่านั้น
“เฮ้ย หยุดนะนังตัวดี!”
“เสี่ย ไอ้ผู้กองเตโชมันกำลังขึ้นมาชั้นนี้แล้ว”
เสี่ยใหญ่ผู้มีเบื้องหลังในวงการสีเทาพ้นหายใจหนัก ๆ อย่างหัวเสียก่อนจะตัดใจ “เวรเอ้ย ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี อย่าให้อั๊วอีกแล้วกัน อั๊วจะเอาให้ลุกไม่ขึ้นเลย...มัวยืดยาดอยู่ทำไม รอพ่อพวกมึงมาหรือไง รีบไปก่อนไอ้เวรเตชจะมาซิวะ”
“ครับเสี่ย”
ฟากหนึ่งเสี่ยทรงทรัพย์รีบหนีก่อนที่นายตำรวจที่เปรียบได้กับหมาบ้าที่ไล่กัด อีกฟากหนึ่งณรชญาก็กำลังดิ้นรนหนีจากชะตากรรมอันเลวร้ายของตนอยู่เช่นกัน
หญิงสาวพาสติอันเริ่มเลือนรางก้าวเดินต่อไม่ยอมหยุด ใช้มือค้ำผนังห้องไม่ให้ล้มลง แม้ร่างกายแทบจะไม่ไหว แต่ในใจก็ยังหวาดกลัวว่าจะถูกจับกลับไป ต่อให้มีปาฏิหารย์มาช่วยให้เธอรอดจากชายวัยกลางคนน่าขยะแขยงคนนั้นแต่เธอก็ยังหยุดไม่ได้ แม้จะได้รู้ว่าตำรวจนำกำลังมาจับกุมผณิตาและพี่ชาย แต่ก็ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าเธอคนนั้นถูกจับไปแล้ว หรือไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรกับการจับกุมครั้งนี้ จนส่งคนมาจับเธอไปประเคนให้คนอื่นอีกหรือไม่
เธอมีแต่ต้องหนีไปให้ไกลเท่านั้น
มือเล็กยังคงอาศัยผนังห้องช่วยให้ก้าวเดินต่อไปห้องแล้วห้องเล่าจนกระทั่งความร้อนและความทรมานในกายเพิ่มมากขึ้นจนต้องหยุดอยู่ด้านหน้าของประตูห้องห้องหนึ่ง
เธอเดินต่อไปไม่ไหวแล้ว ร่างกายเธอมันร้อนเหลือเกิน ไม่รู้ว่ายาที่ผณิตาใส่ลงไปในแก้วน้ำเปล่าของเธอเป็นยาอะไรถึงได้ทำให้ร่างกายของเธอทั้งหนักและร้อนจนไม่อาจทนทานไหวแบบนี้
หนีได้แค่นี้หรือ?
ไม่ทันได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น ประตูห้องที่เมื่อครู่ยังปิดสนิทก็เปิดออกส่งผลให้หญิงสาวที่อาศัยประตูเป็นตัวช่วยให้หยัดยืดได้เซถลาไปตามแรงประตู ฉับพลันนั้นลำแขนแข็งแรงของใครอีกคนก็คว้าเอาไว้ได้ทัน ทำให้ร่างเล็กไม่ล้มลงไปกองกับพื้น
“เป็นอะไรมั้ย?” เสียงทุ่มน่าฟังจากเจ้าของอ้อมแขนอบอุ่นถามมาขณะที่ช่วยประคองให้เธอสามารถยืนได้ แม้วงแขนที่กอดประคองอยู่จะอบอุ่น แต่มันกลับทำให้เธอยิ่งรู้สึกร้อนรุ่มอย่างที่ไม่เคยเป็น ใบหน้าที่คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหนตรางหน้าที่อยู่ตรงหน้าคล้ายว่าไม่ได้ทำให้เธอแค่ร้อนรุ่นหรืออบอุ่น แต่ยังให้ความรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด
เธอเคยเจอเขาที่ไหนกันนะ ทำไมถึงรู้สึกว่าเขาไว้ใจได้กันล่ะ?
“ชะ ช่วยด้วย” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ไม่รู้ว่าความหมายของการขอความช่วยเหลือของตัวเองตอนนี้มันคือการขอให้ช่วยจากคนเลว หรือว่าช่วยทำให้ความร้อนที่มันทำให้เธอทรมานจางหายไปกันแน่...เธอร้อนเหลือเกิน
เรือโทธารณ์ธรรศ สิริพิพัฒน์ หรือ ธีร์ นายทหารเรือหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีจ้องมองร่างเล็กภายในอ้อมแขน ขณะที่ขบคิดถึงที่มาที่ไปของอีกฝ่าย แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าไอ้เพื่อนตัวดีที่นัดเขามาดื่มในสถานบันเทิงข้าง ๆ นี่แล้วก็ดอดไปทำงานพร้อมกับยื่นคีย์การ์ดห้องพักในโรงแรมแห่งนี้มาให้เขาได้บอกเอาไว้ว่าจะส่งสาวสวยมาให้ ให้เขานอนรอในห้องดี ๆ ...
นี่มันส่งมาจริง ๆ เหรอเนี่ย?
ตาคู่คมมองสำรวจหญิงสาวอีกครั้งอย่างพิจารณา เธอสูงแค่หน้าอกเขาเท่านั้น รูปร่างก็อ้อนแอ้น เขายอมรับว่าคนตรงหน้ารูปร่างหน้าตาดี แม้ยังเห็นหน้าไม่ชัดเพราะผมเผ้าที่ปล่อยยาวสลวยมาปกหน้าปกตา แต่หุ่นนาฬิกาทรายของเธอมันก็ทำให้เขาเผลอไปมาก แต่...นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเออออให้เธอมามีค่ำคืนร่วมกัน
“คนสวย ผมไม่รู้ว่าคุณพูดอะไรนะ แต่ที่คุณดีลกับไอ้เตชไว้ ผมไม่สนใจ กลับไปเถอะ” ชายหนุ่มเอ่ยขณะที่ดันร่างเล็กให้ออกไปจากประตูอย่างแผ่วเบา
เขาก็ใช่ว่าจะเป็นพระอิฐพระปูน ไอ้เรื่องปลดปล่อยอารมณ์ดิบเถื่อนนั้นก็มีบ้างตามประสาผู้ชาย ยิ่งเขาทำงานบนเรือ กว่าจะได้ขึ้นฝั่งแต่ละครั้งมันก็ต้องมีบ้างเป็นการคลายเครียด แต่เขาไม่ชอบให้ใครหาให้ ถ้าเจอกัน ถูกใจกัน แล้วไปกันต่อ ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ไอ้เพื่อนตัวดีหามาให้ แบบนี้...เขาไม่ค่อยโอเค
กฎของเขาก็คือ...ไม่รับของขวัญจากคนอื่น แม้แต่เพื่อนก็ไม่รับ
“กลับไปแล้วก็รับเงินกับไอ้เตชเถอะ ผมไม่มีอารมณ์”
“ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย” ณรชญาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดเรื่องอะไร แต่ในตอนนี้เธอไม่มีทางให้ไปอีกแล้ว ร่างกายของเธอมันทรมานเหลือเกิน ไม่อยากยอมรับก็ต้องยอมรับว่าไออุ่นจากแขนคู่นั้นมันทำให้เธอทั้งร้อนรุ่มและสงบลงได้
เธอต้องการให้เขาช่วย!
ธารณ์ธรรศมองหญิงสาวอีกครั้ง พอได้มองดี ๆ ก็เห็นว่าท่าทางของเธอไม่ได้ปกติแม้แต่น้อย เธอ...กำลังถูกฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัดเล่นงาน
ตาคู่คมเบิกโพรง รู้สึกหัวเสียอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ให้ตายสิ ผมไม่รู้ว่าคนเป็นผู้หญิงยังไงนะเนี่ยถึงกับกินยาปลุกเซ็กซ์ก่อนมาเจอลูกค้าเลยเหรอ?”
